ถึง : เพื่อนๆ Romans828 ทุกท่าน

ทีมงาน Romans828 ได้จัดทำ ห้องเพลง ไว้ให้กับเพื่อนๆ ทั้งหลายได้รับฟังเพลงสรรเสริญพระเจ้า ที่ได้รับความนิยมมาไว้ที่ห้องเพลงแห่งนี้ ทางทีมงานเราทุกคนตั้งใจจะทำให้เว็บไซต์แห่งนี้ ได้เป็นประโยชน์ มีทั้งสาระ และความบันเทิงให้กับทุกท่านที่มีโอกาสแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชม หรือ เหล่าเพื่อนๆสมาชิก ดังนั้นหากท่านมีความคิดเห็น อยากติชม ขอเชิญโพสความเห็นได้ในหัวข้อกระทู้ ทักทายกันก่อน นะ ! เราพร้อมที่จะนำมาพัฒนาและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นๆไปครับ

ขอพระเจ้าอวยพรทุกๆท่านครับ 

PM Notifier

You are not logged in.

Mailbox

You are not logged in.

Welcome, Guest
Please Login or Register.    Lost Password?
Go to bottomPage: 1
TOPIC: -วันอีสเตอร์คือวันที่เกี่ยวข้องกับ?? เป็นยังไง?? -ทำไมคริสเตียนถึงไม่มีบาทหลวง??
#30
ucsam
Karma: 2
Moderator
Posts: 116
graph
Offline Profile

Gender: Male
-วันอีสเตอร์คือวันที่เกี่ยวข้องกับ?? เป็นยังไง?? -ทำไมคริสเตียนถึงไม่มีบาทหลวง??
2009/07/28 14:44
Print this page Click this button to create a PDF document from this thread (opens in a new window).
-วันอีสเตอร์คือวันที่เกี่ยวข้องกับ?? เป็นยังไง??
-ทำไมคริสเตียนถึงไม่มีบาทหลวง??
ช่วงนี้หนูรู้สึกอยากจะออกจากศาสนาคริสต์หลายครั้งแล้ว แต่ต้องขอบคุณคุณลุงที่คอยหนุนใจหนูทุกวัน^^#
คงจะเป็นแผนการของซาตานที่ทำให้หนูคิดจะออกจากพระเจ้า
ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณลุงอีกครั้งมากๆจริงๆค่ะ^^ ขอบคุณค๊าาา~
-พระเจ้าขี้อาย พระเจ้าขี้อายยังไงหรอคะคุณลุง



อีสเตอร์ เป็นวันระลึกถึงวันที่พระเยซูคืนพระชนม์ชีพ(หลังจากถูกตรึงบนไม้กางเขนเพื่อยอมทนทรมาน-สิ้นพระชนม์-ไถ่บาป/ชดใช้หนี้บาปแทนมนุษย์ทุกคน, ร่างกายถูกนำไปเก็บไว้ในอุโมงค์, แล้วคืนพระชนม์หรือเป็นขึ้นมาใหม่ เพื่อสำแดงและประกาศกับโลกว่าพระองค์เป็นพระเจ้าพระบุตรแท้ เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลก)

เป็นวันที่คริสเตียนผู้เชื่อที่แท้จริงจะตระหนักเสมอว่า นี่ไม่ใช่เพียงพิธีกรรมในโบสถ์เท่านั้น แต่เป็นการถ่อมลงสำรวจความผิดบาปอย่างจริงจัง และขอทรงอภัย เริ่มชีวิตใหม่ด้วยการขอพึ่งพลังของพระเจ้าอย่างจริงจัง เพราะพระคริสต์ซึ่งบริสุทธิ์-ไม่เคยทำผิดบาปใดๆ-มีศักดิ์ศรีและฤทธิ์เดชในนามพระเจ้าพระบิดา ... ต้องถูกกระทำ ยอมทนทรมานจนหมดลม เพราะมนุษย์ผู้บาปหนา-ไม่สำนึก

คริสเตียนไม่มีบาทหลวง แต่มีศิษยาภิบาล ที่ทำหน้าที่คล้ายกันก็คือประกอบพิธีต่างๆ, สื่อสารคำสอนในพระคัมภีร์ (ซึ่งก็เป็นเพียงพิธีกรรมตามสไตล์ที่มนุษย์คิด-พยายามเลียนแบบจากพระคัมภีร์ เขาเหล่านั้นก็เป็นเพียงมนุษย์ ถ้าไม่เชื่อฟัง-ไม่ใช่ผู้เชื่อที่แท้จริง-ไม่ถ่อม ไม่บริสุทธิ์ใจ-ไม่หวังพึ่งพระเจ้าจริงๆ พวกเขาก็ผิดบาปและสอนผิด/ยกตนเองเป็นพระเจ้า-คิดว่าตนเองยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไป)

พระเจ้าขี้อาย คือบุคลิกเด่นประจำตัวครับ หมายถึงพระองค์จะสุภาพมากๆ ไม่บังคับขู่เข็ญเรา ไม่ใช้อำนาจเพื่อบังคับเรา ถ้าเราไม่กล้าเปิดเผยว่าเรารักพระองค์ พระองค์ก็จะไม่บังคับฝืนใจ-ไม่หลอกล่อเราเหมือนที่ซาตานล่อลวงทุกอย่าง แม้ว่าพระองค์มีสิทธิเต็มบริบูรณ์ในการเป็นพระผู้สร้าง ผู้ให้ชีวิต เป็นเจ้าของชีวิต เป็นเจ้าของสรรพสิ่งในจักรวาลนี้ แต่พระองค์ก็ไม่เคยแสดงอำนาจ ไม่เคยถือสิทธิ์ตัดสินลงโทษผู้ทำผิดมหันต์แม้กระทั่งซาตาน-เหล่าวิญญาณชั่ว
พระองค์ให้โอกาส สุภาพกับทุกคน ไม่บีบบังคับใคร(ไม่เหมือนกับที่เจ้าหรือวิญญาณชั่วที่แฝงอยู่ในรูปเคารพ-ในลัทธิต่างๆ ซึ่งถ้าผู้ศรัทธาที่ยอมกราบไหว้มัน ทำผิด ไม่กราบไหว้บูชา ไม่นับถือมัน มันก็จะทำร้ายต่างๆนานา เพื่อบังคับให้กลับมาเป็นทาสมันให้จงได้ ไม่งั้นก็ต้องทรมานจนตาย)
ถ้าเราเปิดใจและยอมรับพระองค์ พระองค์จะอยู่กับเราตลอดเวลา แม้ว่าเราจะลืมหรือผิดต่อพระองค์บ่อยๆก็ตาม พระองค์ก็พร้อมจะอภัย ให้โอกาสเราเริ่มใหม่ และเมื่อเราจะปฏิเสธ-ไม่เอาพระองค์แล้ว พระองค์ก็ไม่เคยทิ้งเรา แต่จะไม่สำแดงพระองค์เพื่อบังคับเรา จนกระทั่งเราให้ร้าย-ไม่เชื่อฟัง-ตั้งใจฝ่าฝืน-ตัดสินใจทำทุกอย่างที่ผิดจากคำสอนในพระคัมภีร์-ไม่เชื่อศรัทธา-ไม่ยำเกรง และทำทุกอย่างที่ต่อต้านหรือชักชวนคนอื่นให้ทำผิดบาปอย่างตั้งใจมากขึ้นเรื่อยๆอย่างชัดเจน พระองค์ก็จะไม่สามารถแย่งชิงเรากลับมาจากฝ่ายวิญญาณชั่วอีก เพราะพระองค์สุภาพอ่อนน้อม-ไม่ใช้อำนาจกับใคร-ไม่อวดดี ไม่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับใคร ไม่เคยอาละวาดพาลหาเรื่องหรือโกรธเกลียดใครง่ายๆ

พระองค์จะทรงเสียใจตามลำพังเมื่อเราทำผิด-ฝ่าฝืน โดยจะไม่ทำร้าย ไม่เฆี่ยนตีเพื่อลงโทษเราให้สาสม และจะชื่นชมดีใจ-สุขใจเงียบๆทุกครั้งที่เราคิดถึงและหวังพึ่งพระองค์, จะร่วมทุกข์ทรมานกับเราทุกครั้งที่เราพบเจอภาระปัญหาต่างๆ ทรงพร้อมจะช่วยเราเสมอ พระองค์จะไม่ตะโกนหรือแสดงอะไรเพื่ออวดบารมีความยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์จะทำเงียบๆง่ายๆ(จนมนุษย์มักจะคิดว่าตนทำเอง ไม่ใช่พระเจ้า) และเพราะพระองค์ทรงเป็นเช่นนี้ ลุงจึงรักพระองค์ พยายามศึกษาเรียนรู้ทุกอย่าง "ที่พระองค์บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ของพระองค์" เท่านั้น ซึ่งพระองค์ก็ทรงอนุญาตและสำแดงให้ลุงรู้จักใกล้ชิดพระองค์มากขึ้น ลุงก็เลยสรุปด้วยตนเองให้ฝ้ายเข้าใจพระองค์อีกมุมหนึ่งว่า "ทรงขี้อาย-สุภาพ-ถ่อมตน มากกว่ามนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างพวกเราหลายพันเท่านัก" (พระองค์ไม่จำเป็นต้องลงมาเป็นมนุษย์ ไม่ต้องมาร่วมทุกข์ทรมานกับคนบาปอย่างพวกเรา ไม่จำเป็นต้องมาตายแทนพวกเรา, สามารถแสดงตัวข่มขู่ให้พวกเรากลัวพระองค์เหมือนที่เจ้าหรือวิญญาณชั่วต่างๆแสดงอำนาจข่มขู่เราสารพัด)
เหมือนพระองค์เป็นว่าที่เจ้าบ่าวผู้ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ มนุษย์เป็นเจ้าสาวที่ไม่ดีไม่เหมาะสมกับพระองค์ แต่พระองค์ก็ยังทรงเลือก-พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา-เป็นผู้นำชีวิตเรา ทันทีที่เราปฏิเสธต่อสังคมแขกเหรื่อที่มาร่วมงานวิวาห์ในวันนั้น พระองค์ก็จะก้มหน้าเดินจากไปด้วยความอับอายและเสียใจอย่างที่สุด โดยจะไม่ทวงสิทธิ์หรือเรียกร้องสิ่งใดๆจากเราเลยแม้แต่น้อย

ลุงรักและยำเกรง-เชื่อฟัง เชื่อพึ่งพระองค์มากขึ้นทุกวัน เพราะพระองค์ทรงเป็นความรัก เป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่แต่ทำตัวต่ำต้อยที่สุด ไม่เคยหยิ่งผยอง ไม่เคยอวดดี-อวดบริสุทธิ์เหมือนที่มนุษย์ทำ

ความสัมพันธ์อันดีกับความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างเรากับพระเจ้า อย่าให้มีสิ่งใดมาตัดสัมพันธ์อันดีนี้นะ เพราะพระองค์ไม่ได้เป็นผู้กระทำ พระองค์ช่วยเราโดยไม่ขอรับสิ่งตอบแทน มีแต่มนุษย์(ที่ไม่เข้าใจ-ไม่รักพระองค์ ไม่เชื่อฟังพระองค์อย่างบริสุทธิ์ใจ-ไม่ถ่อมใจเหมือนที่พระองค์เป็น) "กระทำกันเอง"

พระเจ้าให้เรามีสติปัญญา และสำนึกผิดชอบชั่วดี สามารถรู้ด้วยตัวเองว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรถูกและผิด นั่นเป็นพระวิญญาณ-ลมปราณของพระองค์ที่ประทานให้ตั้งแต่มนุษย์คู่แรกของจักรวาลที่พระองค์ทรงเนรมิตสร้าง
ยังมีอีกหลายชีวิตที่พระองค์มอบหมายให้เราเอาใจใส่ดูแล-บอกกล่าว เพื่อช่วยเหลือเค้าเหล่านั้น
"คริสต์"จึงมิใช่เพียงแค่ศาสนาที่มนุษย์นักวิชาการหรือนักศาสนศาสตร์สรุปนิยามในตำรา ต้องเรียนรู้ ต้องสัมผัส และน้อมรับเข้ามาในชีวิต เพื่อเราจะมีชีวิตโดยพระองค์เพื่อพระองค์ นั่นแหละที่พระคัมภีร์ย้ำไว้สองข้อ : รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเองหรือจงรักซึ่งกันและกัน, และรักพระเจ้าสุดจิตสุดใจสิ้นสุดกำลังความคิดทุกอย่าง
เพื่อคริสเตียนผู้เชื่อที่แท้จริงจะประกาศข่าวประเสริฐ-สำแดงชีวิตในพระคริสต์ "จนสุดปลายแผ่นดินโลก" (ทุกคน ทุกชาติศาสนา ทุกฐานะ ทั้งคนดีคนไม่ดี คนบาปคนชั่ว และศัตรู) ซึ่งบางครั้งก็ต้องพูดบอก บางครั้งก็แสดงออกแทนคำพูด แต่ต้องให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วย-ตัดสินเองว่าควรเป็นวิธีใด เพราะเรา(คนบาป)ไม่สามารถคิดและทำได้เองครับ

ขอบคุณพระเจ้าสำหรับพระพรต่างๆที่มาจากฝ้ายและคนรอบข้างหนู ลุงก็ได้รับพระพร ได้รับคำสอนผ่านชีวิตจริงเยอะมาก พระเจ้าทรงสอนลุงและฝ้ายทุกวันจริงๆ
ไม่มีใครรักฝ้ายมากสุดเท่าพระเจ้าองค์นี้ รักพระองค์ เชื่อฟังพระองค์มากๆ และขอพระองค์ทรงเสริมสร้างจิตวิญญาณให้ฝ้ายด้วยพระวิญญาณของพระองค์ ทุกๆวัน
 
The administrator has disabled public write access. Top
Go to topPage: 1
Moderators: ucsam