romans828-anim

interesting matter

The Fact

religious_3_2ข้อมูลจากหนังสือเนชั่นแนลจีออกราฟฟิค เดือนธันวาคม 2544

อัตราส่วนนี้เทียบจากปี2544 นะครับ จากประชากรโลก(ตอนนั้น) 6,000ล้านคน(ผู้ชายน้อยกว่าผู้หญิงเล็กน้อย)

  • พุทธศาสนิกชนทุกลัทธินิกาย ประมาณ 390ล้านคน
  • กลุ่มศาสนาเล็กๆ ศาสนาเฉพาะกลุ่ม กลุ่มหลักปรัชญา หลักวิทยาศาสตร์ วิญญาณและผีต่างๆ ไสยศาสตร์และธรรมชาติต่างๆ รวมประมาณ 1,700ล้านคน
  • ประชากรประมาณ 3,900ล้านคน เชื่อว่ามีพระเจ้า(ศาสนาคริสต์ประมาณ 2,000ล้านคน เชื่อศรัทธาว่ามีพระเจ้าเดียว, ศาสนาอิสลามประมาณ 1,300ล้านคน เชื่อศรัทธาว่ามีพระเจ้าเดียว, ศาสนาฮินดูประมาณ 600ล้านคน เชื่อว่ามีพระเจ้าหลายองค์ )

ประมาณว่าทุก 100 คน จะเป็นท่านที่ไม่คิด-ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า 35 ท่าน, เชื่อและนับถือพระเจ้า 65 ท่าน

แต่ถ้าเราพูดถึงเรื่องพระเยซูหรือศาสนาคริสต์ในบ้านเราแล้ว ยังคลุมเครือมากๆ และต่างก็มีทัศนะคติระมัดระวังการเข้ามาข้องเกี่ยวด้วย บ้างก็กลัวถูกล้างสอมง ถูกยัดเยียดความเชื่อที่คิดกันเองว่าขัดต่อประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมของบ้านเรา และไม่ชอบที่จะถูกตอแยจนน่ารำคาญคล้ายกับธุรกิจขายตรง

 

พระเจ้า

There are no translations available.

jesusพระเจ้าในคริสตศาสนา : พระองค์ไม่มีร่างกายที่จะเน่าเปื่อย จึงไม่ต้องอาศัยปัจจัยบำรุงเลี้ยงร่างกาย พระองค์ทรงเป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งในจักรวาล ทรงเนรมิตสร้างสารพัดโดยพระวาจา ทรงจัดวางสรรพสิ่งอย่างมีระบบ(ที่มนุษย์เรียกว่าธรรมชาติ)

บุคลิกภาพของพระเจ้า(พระวิญญาณบริสุทธิ์) เป็นความรักบริสุทธิ์ ไม่ใช่ความใคร่ ไม่ใช่ตามอารมณ์หรือเหตุผลแบบมนุษย์ เป็นความซื่อสัตย์ ยุติธรรม มีความเป็นนิรันดร์ มีฤทธานุภาพสูงสุด เป็นองค์บริสุทธิ์หนึ่งเดียว

ไม่มีใครสามารถเห็นด้วยตาเปล่า แต่ผู้ที่เชื่อศรัทธาสามารถสัมผัส-รับรู้ได้ถึงการทรงเป็นอยู่ คล้ายกับลม ที่ไม่มีตัวตน แต่มีพลัง

พระเจ้าจะอยู่กับทุกคนที่ต้องการและตั้งใจจะยึดไว้ พระองค์สามารถสื่อสารและสำแดงการทรงเป็นอยู่จริงได้ในชีวิตของพวกเรา และโดย "พระวจนะ" ของพระองค์เอง โดยพระวิญญาณของพระองค์

   

พระวจนะ

There are no translations available.

mosesคำสั่งสอนของพระเจ้า เรียกว่า "พระวจนะ" พระเจ้าประทานพระวจนะให้แก่มนุษย์ โดยผ่านผู้ที่พระองค์ ทรงเลือกทรงเรียกหลายคนเมื่อหลายพันปีที่ผ่านมา เพื่อมนุษย์จะได้ใช้เป็นหลักปฏิบัติ และเป็นแก่นของคริสตศาสนา

พระวจนะ สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ในลักษณะหนังสือเล่มหนึ่งที่เรียกว่า พระคัมภีร์ หรือ พระคริสตธรรมคัมภีร์ (The Holy Bible)

   

พระคัมภีร์

There are no translations available.

the_bibleพระคัมภีร์ คือพระวจนะของพระเจ้า ที่ทรงดลใจมนุษย์หลากหลายฐานะ -ชนชั้น-อาชีพ บันทึกคำสอน สิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้สำหรับมนุษย์ บันทึกเริ่มตั้งแตการทรงสร้างจักรวาล ... จนถึงการทรงเนรมิตสร้างมนุษย์

พระคัมภีร์ช่วยให้เราทราบเรื่องราวต่างๆของมนุษยชาติ การกำเนิดของศาสนายิว การประสูติของพระเยซู จนมาถึงคริสตศาสนาปัจจุบัน

พระคัมภีร์มีบทบันทึกถึงการที่พระองค์ทรงปั้นสร้างมนุษย์ และมีต้นแบบจากพระเจ้า(ตามพระฉายาของพระเจ้า) พระองค์ทรงรักมนุษย์เหนือสิ่งอื่นใดในจักรวาล ทรงบันทึกสัญญาต่างๆที่มีให้มนุษย์ ทั้งในอดีต และอนาคต

พระคัมภีร์แบ่งเป็นสองตอนใหญ่ๆ คือพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม(พระคัมภีร์เดิม) ซึ่งบันทึกในช่วงเวลาก่อนที่พระเยซูคริสต์จะทรงกำเนิดในโลก, พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่(พระคัมภีร์ใหม่) คือบันทึกในช่วงเวลาที่พระเยซูทรงกำเนิดแล้ว ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นหนังสือที่แพร่หลายที่สุดในโลก เพราะแปลเป็นทุกภาษา(กลุ่มใหญ่)ทั่วโลก โดยกำลังพัฒนาบางภาษาท้องถิ่นกลุ่มเล็กเพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

Read more: พระคัมภีร์

   

มนุษย์กับพระเจ้า

There are no translations available.

adam__eveพระเจ้าทรงรักมนุษย์มากกว่าสรรพสิ่งในจักรวาล ทรงปั้นสร้างเรามาจากผงคลีดินและใส่ลมปราณของพระองค์ไว้ (ชีวิตที่ไม่เหมือนสรรพสิ่ง) ผู้ชายคนแรกของจักรวาล คือ อาดัม(หรืออดัม)

(ผู้ที่เชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการยังต้องครุ่นคิด วิตกจนนอนไม่หลับ เพราะยังไม่สามารถหาหลักฐานฟอสซิลที่เชื่อมต่อระหว่างคนกับลิง ยังไม่สามารถปฏิเสธการทรงสร้างมนุษย์ได้อย่างเต็มร้อย เพราะไม่ใช่ตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว)

ทรงปั้นสร้างมนุษย์ผู้หญิง (โดยชักกระดูกซี่โครงของอาดัม มาให้มนุษย์ผู้หญิง) แล้วเรียกว่า เอวา

มนุษย์ต้นแบบ จึงมิได้เกิดจากระบบเพศสัมพันธ์ และไม่ใช่วิวัฒนาการ มิได้ผ่านลำดับขั้นตอนของการเป็นทารก เป็นชายหนุ่มและหญิงสาวทันทีครับ

ผู้หญิง ผู้ชายจึงมีคุณสมบัติของตนเอง ซึ่งต้องผูกพัน พึ่งพาอาศัยกันและกัน ต่างก็จะสามารถช่วยกันเติมเต็มและเป็นแบบอย่างให้กันและกันได้เป็นอย่างดี

การที่คริสตศาสนิกชน เรียกพระเจ้าว่า พ่อหรือพระบิดา มาจากความสำคัญ เกียรติ และที่มาเช่นนี้ล่ะครับ

ลมปราณของพระเจ้า จะเป็นทั้งจิตวิญญาณ พระปัญญา สิทธิอำนาจที่ทรงมอบให้เราทุกคนตั้งแต่มนุษย์คู่แรกของจักรวาล

   

ทูตสวรรค์ และ ซาตาน

There are no translations available.

angel__satanพระเจ้าทรงสร้างสิ่งสารพัด รวมถึงวิญญาณที่สำคัญ ที่เรียกว่า "ทูตสวรรค์" พระเจ้าทรงให้มีฤทธิ์อำนาจที่ต่างกัน เพื่องานรับใช้พระเจ้าและกระทำการต่างๆในพระดำริของพระองค์

เป็นการบ่งชัดในพระคัมภีร์ว่า พระเจ้ากำหนดให้มนุษย์มีศักดิ์ศรีสูงกว่าเหล่าทูตสวรรค์ (ภาพลักษณ์ของพระเจ้า เป็นพระบิดาของมนุษย์, แต่เป็นพระราชาหรือเจ้านายของเหล่าทูตสวรรค์)

ในเหล่าทูตสวรรค์ทั้งหมด มีอยู่ตนหนึ่งที่มีฤทธิ์อำนาจมากและต้องการทัดเทียมพระเจ้า ชื่อของทูตสวรรค์ตนนี้ มีหลายชื่อ แต่เราคุ้นเคยกับมันในชื่อ "ซาตาน" และซาตานได้ปลุกปั่นทูตสวรรค์จำนวนหนึ่งเป็นสมุนบริวารของมัน

ซาตานเข้าหามนุษย์คู่แรก(ในร่างของงู) โกหก หลอกลวง หลอกล่อด้วยเหตุ และผลต่างๆนานา ให้มนุษย์สงสัยในความรัก ความเมตตา และความเป็นพระเจ้า ยุยงหลอกล่อให้เอวาฝ่าฝืน ขัดต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า(ด้วยการลักกินผลไม้ต้องห้าม) ... และเป็นเหตุให้มนุษย์ต้องแอบซ่อน มีข้ออ้าง ไม่กล้ารับผิด จนปฏิเสธหรือหันหลังให้พระเจ้าและทิ้งจิตสำนึกที่ขาวสะอาดบริสุทธิ์ เพราะความอยากลองและอยากมีอำนาจเทียบเท่าพระเจ้าแบบเดียวกับที่ซาตานต้องการ

พระเจ้ายังคงรักและให้อำนาจมนุษย์ที่จะย้อนกลับมาเชื่อฟัง เสมือนพ่อรักลูก จึงยังให้โอกาสตลอดมา และยังไม่กำจัดซาตานกับบริวารของมัน (แต่ทรงกำหนดเวลาไว้แล้ว) ทุกวันนี้ ซาตานและสมุนจึงเร่งทำงานตลอดเวลาเพื่อเก็บสะสมวิญญาณของผู้หลงผิด สร้างอาณาจักรและความยิ่งใหญ่ทุกอย่างที่ผิดแบบแผน-ขัดขืนฝ่าฝืนวิถีของพระเจ้า

มันจะมีอิทธิพลในชีวิตของทุกคนที่ปฏิเสธความรัก-ปฏิเสธความคุ้มครองและพระเมตตาของพระเจ้าสิ่งที่ซาตานและสมุนต่างเร่งทุ่มเทเพื่อให้ได้มาและเกิดขึ้น คือ ความตาย(ทั้งอุบัติเหตุ สงคราม การฆ่าตัวตาย โรคร้าย) ความปั่นป่วน-ไม่สงบสุข ความบาป กิเลสตัณหา การโกหกหลอกลวง การไร้คุณธรรม ฯลฯ

   

บาป และ ผลของบาป

There are no translations available.

nuclear_warถ้าเราพิจารณาและใคร่ครวญจริงจังสักนิด จะเห็นได้ว่ามนุษย์ทุกคน(หลังจากมนุษย์คู่แรกของโลก) รู้จักและสามารถกระทำบาป-การฉ้อฉลและการอธรรมต่างๆ ได้โดยไม่ต้องฝึกไม่ต้องสอน , มนุษย์เอาใจใส่และจริงจังกับความเป็นอยู่และยกตั้งนิยามแห่ง"ความสำเร็จ"คือความร่ำรวย-ขณะที่ไม่สามารถใช้ซื้อหาสิ่งที่จำเป็นสำหรับจิตวิญญาณได้ และไม่สามารถพกพาไปด้วยเมื่อหมดวาระฝ่ายร่างกาย(ตายฝ่ายร่างกาย)

ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด คือชีวิตปัจจุบัน เพราะเราทุกคนมีสภาพรวมทั้งร่างกาย-ความบาป และจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์(ลมปราณของพระเจ้า) จึงจำเป็นต้องไตร่ตรอง ใคร่ครวญอย่างจริงจัง และตั้งใจปฏิบัติ หลบเลี่ยงพฤติกรรมที่เปรอะเปื้อนหรือเป็นทาสอยู่ในอำนาจของซาตานและสมุน

จิตวิญญาณ(รวมถึงซาตาน)ที่ต่อต้าน ขัดขืนคำสอนพื้นฐานทั่วไป จะหนีไม่พ้นบึงไฟนรกที่ต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัสไม่มีสิ้นสุด(นิรันดร์)

ตราบที่เราคิดเอง ทำเอง ไม่ยึดหลักสัจจะในคำเตือนสอนเกี่ยวกับจิตวิญญาณและชีวิตระหว่างที่ยังมีลมหายใจ ก็ย่อมจะคล้อยตามและอยู่ในวังวนของ"ความบาป-แนวทางที่ซาตานวางแผนผูกมัดเราไว้(พฤติกรรมความบาปที่เราทำได้เอง โดยไม่ต้องฝึกสอน)"
"ความยุติธรรมในโลกฝ่ายเนื้อหนัง" ไม่เคยมี เช่น คนผิดก็สามารถกลายเป็นคนถูกได้(เงิน อำนาจ บารมี), การพิจารณาคดีต่างๆ ต้องอาศัยทนายความและเงินหนา ช่วยให้หลบเลี่ยงการเป็นจำเลยหรือผู้ต้องหา สามารถฟ้องร้องหรือเป็นโจทก์เพราะมีเงิน มีอำนาจ, ฉ้อโกง แต่สามารถปกปิดหลีกเลี่ยง และไม่ต้องรับกรรม ไม่ต้องเป็นจำเลย, ทำดีที่สุดแล้ว แต่ก็ยังถูกตำหนิ ถูกตราหน้าว่าผิด (ด้วยเหตุผผลอารมณ์ ผลประโยชน์ และความต้องการที่ไม่ตรงกัน) ฯลฯ