Breadcrumbs
Home / Through the Words of God / พระเจ้ายุคอวกาศพระเจ้ายุคอวกาศ
Thursday, 28 May 2009 08:46
พระเจ้ายุคอวกาศ
มาติดตามความคิดของบุคคลระดับโลก ที่มนุษย์ยอมรับว่าเป็นคนมีเหตุผลและอาศัยเหตุผลพิสูจน์สิ่งต่างๆนั้น ว่าพวกเขาคิดเรื่อง "พระเจ้า" ว่ายังไง
แอลเบิร์ต ไอร์สไตน์(1879-1955) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ผู้คิดทฤษฎีแห่งความสัมพันธภาพ กล่าวว่า "ศาสนาของข้าพเจ้าประกอบด้วยการยกย่องถ่อมใจต่อองค์พระวิญญาณ ซึ่งยิ่งใหญ่สูงสุด ซึ่งไม่อาจจำกัดได้ และพระองค์ได้ทรงสำแดงพระองค์เองในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ซึ่งเราสามารถรู้ได้ด้วยจิตใจซึ่งอ่อนแอและบกพร่องของเรา ความคิดเรื่องพระเจ้าของข้าพเจ้า เกิดจากความแน่ใจอันลึกซึ้งฝ่ายอารมณ์ถึงการทรงพระชนม์อยู่ของพลังฤทธิ์เดชอำนาจ ซึ่งยิ่งใหญ่สูงสุดและหยั่งรู้เหตุและผลได้ ซึ่งพลังฤทธิ์เดชอำนาจนั้นได้สำแดงพระองค์เองในจักรวาลอันสลับซับซ้อนของพระองค์"
โรเบิร์ต บอยล์(1627-1691) นักวิทยาศาสตร์ชาวไอริช ผู้ได้รับสมญานามว่าเป็นบิดาแห่งเคมีในสมัยปัจจุบัน และเป็นผู้ตั้งกฎของบอยล์ว่า "ความดันและปริมาตรของก๊าซ เมื่อคูณกันย่อมได้ผลคงที่ ถ้าอุณหภูมิคงที่" แต่ท่านทราบไหมว่า แม้บอยล์จะมีความปราดเปรื่องทางวิทยาศาสตร์เพียงไรก็ตาม ท่านกลับเขียนความรู้เกี่ยวกับพระคัมภีร์มากกว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์เสียอีก ท่านเคยกล่าวเน้นในผลงานของท่านครั้งแล้วครั้งเล่าว่าแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ท่านค้นคว้าและทดลองด้านวิทยาศาสตร์นั้น คือ ท่านต้องการเพียงแสดงให้โลกเห็นถึงความสอดคล้องของพระคริสตธรรมคัมภีร์ กับกฎต่างๆทางธรรมชาติ
ยิ่งกว่านั้น บอยล์ยังเป็นบุคคลที่สนใจศึกษาพระคัมภีร์อย่างแท้จริง จนถึงกับลงทุนเรียนภาษาฮีบรู อรามาอิคและซีเรีย เพื่อจะสามารถเข้าใจพระคัมภีร์อย่างลึกซึ้ง
ไอแซค นิวตัน(1642-1727) ท่านเป็นผู้ที่โลกยอมรับว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์เอกของโลกอย่างแท้จริง เพราะท่านเป็นผู้พัฒนาวิชาด้านแคลคูลัส เป็นผู้รวบรวมทฤษีเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ (Motion) เข้าเป็นระบบเดียวกัน และเป็นผู้ตั้งกฎโน้มถ่วงของโลก ฯลฯ ผลงานของท่านมากมายจนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้นสูงเป็นท่านเซอร์ของจักรภพอังกฤษ แต่ท่านเชื่อไหมว่า "นิวตันอธิบายเรื่องเกี่ยวกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งถ้าคำนวณเป็นจำนวนคำแล้วเท่ากับ 1ล้านคำ แต่ขณะเดียวกันท่านเขียนเรื่องเกี่ยวกับพระเจ้าถึง 1.4ล้านคำ" ท่านเป็นผู้หนึ่งที่มีความรัก และศรัทธาต่อพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นที่ทราบกันอย่างกว้างขวาง
กาลิเลโอ(1564-1641) นักคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก เป็นผู้คิดกล้องโทรทัศน์ขึ้นเป็นคนแรก แต่สิ่งซึ่งนักวิทยาศาสตร์และนักประวัติศาสตร์ไม่ได้กล่าวถึงท่านผู้นี้คือ ท่านเป็นนักศึกษาพระคริสตธรรมคัมภีร์ตัวยง ท่านเขียนหนังสืออธิบายความรู้เรื่องจักรวาลหลายร้อยหน้าโดยอ้างอิงจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ ท่านกล่าวข้อความตอนหนึ่งไว้ว่า "พระคัมภีร์และธรรมชาติ ต่างเป็นผลโดยตรงจากพระดำรัสของพระเจ้า พระคัมภีร์เกิดขึ้นเพราะการดลใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ และธรรมชาติเกิดขึ้นจากการเชื่อฟังต่อคำตรัสสั่งของพระองค์" เช่นในหนังสือปฐมกาลตอนหนึ่งบันทึกว่า "พระเจ้าตรัสว่า จงมีความสว่างบนฟ้าเพื่อแยกวันออกจากคืน ให้ดวงสว่างเป็นหมายกำหนด ฤดู วัน ปี และให้เป็นดวงสว่างบนฟ้าเพื่อส่องสว่างบนแผ่นดิน ก็เป็นดังนั้น" (พระธรรมปฐมกาล 1:14-15)
จอห์น เคพเลอร์(1571-1630) นักดาราศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของทุกยุคทุกสมัย เป็นผู้ตั้งกฎสำคัญๆเกี่ยวกับการโคจรของดวงดาวต่างๆอยู่ในรูปของวงรีในขอบเขตคงที่ โดยที่ดวงดาวนั้นๆจะไม่ล้ำเขตวงรีเข้าไปภายในเลย ท่านจึงคิดว่าน่าจะมีหลักการบางอย่างที่สามารถอธิบายถึงปรากฏการณ์ของดวงดาวต่างๆอยู่ในรูปวงรีในขอบเขตในสภาพที่ว่านี้ แต่ไม่รู้ว่าหลักการนั้นคืออะไร จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ท่านนั่งอ่านพระคัมภีร์ประจำวันอยู่ ท่านพบข้อความตอนหนึ่งที่พระเยซูคริสต์กล่าวว่า "เมื่อเราถูกยกขึ้นจากแผ่นดิน(ถูกตรึง)แล้วเราก็จะชักนำคนเป็นอันมากให้มาหาเรา" ในทันใดนั้น ท่านก็เกิดความคิดแว็บหนึ่งขึ้นมาว่า เป็นไปได้ที่ดวงดาวต่างๆดึงดูดกันและกันในห้วงอวกาศเหมือนกับคำสอนทางด้านจิตวิญญาณเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ที่สามารถดึงดูดคนจำนวนมากมาหาพระองค์ จึงทำให้ท่านตั้งกฎต่างๆว่าด้วยการโคจรของดวงดาว ก่อนตาย เคพเลอร์ได้เขียนตำราว่าด้วยเหตุผลสนับสนุนความน่าเชื่อถือของพระคัมภีร์ว่าเป็นพระคำของพระเจ้า
ไมเคิล ฟาราเดย์(1791-1867) นักวิทยาศาสตร์ผู้ค้นพบหลักของกระแสไฟฟ้า ซึ่งกล่าวว่า "เมื่อเอาไฟฟ้าใส่ในน้ำยา เช่น ในการชุบทอง โลหะที่จับที่ขั้วบวกจะมากน้อยตามกระแสไฟฟ้า" และท่านเป็นคนแรกที่อธิบายถึงอำนาจของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า
แต่สิ่งหนึ่งที่น้อยคนนักจะรู้จักเกี่ยวกับท่านผู้นี้คือ ท่านเป็นนักเทศน์ฆราวาส ประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ทุกวันอาทิตย์ในโบสถ์เล็กๆแห่งหนึ่ง ณ กรุงลอนดอน ซึ่งแม้ปัจจุบันนี้ คำเทศนาของท่านฟาราเดย์ประมาณ 150 เรื่อง ที่ไม่ได้ตีพิมพ์ก็ยังถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในประเทศอังกฤษ ครับ ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์อีกท่านหนึ่งที่มีความศรัทธาในพระเจ้าอย่างแท้จริง
(จาก "พระเจ้ายุคอวกาศ" ลิขสิทธิ์: สมาคมนักศึกษาคริสเตียนไทย)







