พระพรทางโทรศัพท์ 5 พย. 2552

สาระสำคัญจากลูกหลาน และน้องๆที่สอบถามและเป็นพระพรผ่านทางโทรศัพท์ ช่วง 30 - 31ตค.2552

ถาม : เพิ่งรับเชื่อประมาณเดือนเศษ ก่อนหน้านี้เคยรับเจ้าและร่วมพิธีอื่นๆที่ไม่ใช่ศาสนาคริสต์ เป็นอะไรมั๊ยคะ? จะต้องทำยังไงจึงจะเข้าใจและเลียนแบบชีวิตของพระเยซูคริสต์ได้?  รู้สึกชีวิตไม่มีค่า รู้สึกทุกอย่างในชีวิตล้วนเป็นอนิจจังจริงๆ  รู้สึกตลอดเวลามานานแล้วว่าชีวิตนี้ไม่มีค่าเลย?  มีอาการป่วยปวดและแสบร้อนตั้งแต่ช่วงเข่าลงเท้าเป็นๆหายๆ(เป็นช่วงๆและ ทรมานมาก) ไปพบหมอและทานยาแล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้นค่ะ?

ตอบ : ขอบคุณพระเจ้าครับ ที่ทรงอนุญาตให้เราได้เรียนรู้ความจริง. เนื่องจากทุกวันนี้ เป็นช่วงเวลาหลังจบสิ้นยุคของคริสตจักรแล้ว (ตั้งแต่ปี 1994 หรือ พศ.2537) และถ้าเรายึดถือข้อมูลวาระสุดท้ายของจักรวาลทั้งสิ้นซึ่งจะจบลงในเดือน พฤษภาคม 2011 นี้ จะเห็นได้ว่ามนุษยชาติและจักรวาลคงมีเวลาเหลือเพียง 19 เดือน หรือปีครึ่งเศษเท่านั้น เราทุกคนจึงมีเวลาชีวิตเหลือเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะรับบัพติสมานานแล้ว, หรือเพิ่งรับฯ, หรือยังไม่ได้รู้จักพระเจ้าเลยก็ตาม
ณ ที่นี้ ผมจะไม่ขอลบหลู่หรือดูแคลนลัทธิศาสนาใดๆ และจะขอตอบข้อสงสัยเฉพาะกลุ่มพี่น้องคริสเตียนที่ยึดพระคำของพระเจ้าเป็น ความจริง เป็นหลักสำคัญและเป็นคำตอบสุดท้ายที่ต้องเชื่อมโยงและสามารถเทียบคำสอนต่อคำ สอนได้ตลอดทุกบททุกตอน (ไม่ใช่ตามหลักสูตรหรือแนวคิดของมนุษย์), สามารถเปิดใจเปิดจิตวิญญาณรับรู้ข้อมูลสำคัญจากพระเจ้าในทุกทาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นหรือยึดติดกับคุณวุฒิวัยวุฒิทางโลก

ก่อนอื่น ขอให้เราสำนึกด้วยแนวคิดเดียวกันก่อนว่า มนุษย์ทุกชาติทุกเผ่าพันธุ์ล้วนมีเชื้อบาป ไม่สามารถกระทำการใดๆเพื่อจะชำระล้างบาปต่างๆได้ด้วยตนเองหรือศาสนพิธีใดๆ ที่เป็นพิธีตามขั้นตอน แนวคิด หรือหลักสูตรของมนุษย์  คริสเตียนผู้เชื่อที่แท้จริงจะ เชื่อวางใจในความจริงของทุกถ้อยคำที่มาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้าโดยตรงคือพระ คัมภีร์และเชื่อวางใจในพระเจ้าแท้องค์นี้เท่านั้น(มนุษย์มีร่างของเนื้อหนัง และแสวงหาไขว่คว้าความบาปทั้งที่รู้สำนึกและไม่รู้สำนึก)

พี่น้อง คริสเตียนจะทราบและตระหนักดีว่า พระเจ้าทรงสามารถดูแลช่วยเหลือทุกการดีเพื่อทุกชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณที่หวัง และเชื่อพึ่งว่าพระองค์เป็น "พระผู้ช่วยให้รอดเพียงหนึ่งเดียว".  ดังนั้นเมื่อเราสำนึกผิดและถ่อมใจลงสารภาพทุกความผิดบาปของเราต่อพระองค์ (ด้วยจิตใจที่ชอกช้ำ) หวังพึ่งพระองค์อย่างแท้จริง พระองค์จะทรงรับฟังและจะทรงช่วยทุกอย่างเพื่อให้เรามีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าใน สันติสุขซึ่งไม่ใช่ความสุขจากกิเลสตัณหาของโลก, อาจจะไม่ร่ำรวยล้นฟ้า แต่มีสิ่งที่จำเป็นอย่างเพียงพอ, สามารถแบ่งปันช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยพระคำและสันติสุขแท้, สามารถนำพาเพื่อนมนุษย์ให้พบเห็นพระเจ้าแท้จากชีวิตของเราที่ได้รับการ เปลี่ยนแปลงจากพระองค์, ช่วยให้ทุกคนที่สัมผัสกับชีวิตใหม่ของเราสามารถเรียนรู้ เปิดใจรับฟังข้อมูลที่พระเจ้าทรงประกาศแจ้งเตือนวาระสุดท้ายของจักรวาลที่ กำลังจะมาถึง เชื่อวางใจ กลับใจใหม่และซื่อสัตย์กับทุกถ้อยคำที่ทรงเตือนสอนผ่านพระคัมภีร์ของพระองค์ จนสุดหัวใจ สามารถร้องทูลขอพระเมตตาจากพระองค์ และเราอาจจะเป็นอีกหนึ่งคนที่จะได้รับความรอดที่แท้จริง, สิ่งร้าย อำนาจมืด หรืออาการเจ็บป่วยฝ่ายเนื้อหนังในปัจจุบันก็จะบรรเทาเบาบางหรือหายขาดได้ (แต่ต้องระลึกไว้ด้วยว่า "เปาโล" ก็มีหนามในเนื้อเช่นเดียวกันนะครับ ดังนั้น อาการป่วยไข้บางอย่าง อาจจะเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงย้ำเตือนให้เราระลึกถึงพระองค์ก็ได้ครับ)

การ เลียนแบบชีวิตของพระเยซูคริสต์ คือความกระตือรือร้น ความร้อนรนที่จะแสวงหาความจริงอันเป็นนิรันดร์ของพระเจ้า ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดินและตามหลักสูตรศาสนศาสตร์ก็คือต้องเรียนรู้หรือศึกษา พระคัมภีร์ทั้งเล่มทั้งพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่ และต้องทุกบททุกตอนทุกถ้อยคำซึ่งเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อนและมีนัยสำคัญตาม ยุคสมัยหรือกำหนดเวลาประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน.  แต่เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคที่จบสิ้นยุคของคริสตจักรแล้วและมีเวลาจำกัด พระเจ้าจึงทรงอนุญาตและทรงเมตตาในการเปิดเผยและทรงสำแดงความจริงที่ถูกปิด ผนึกอยู่ในหนังสือม้วนเล็ก(ในพระธรรมวิวรณ์). พระเจ้าจึงทรงให้บรรดาผู้เชื่อที่แท้จริงบางคนบางกลุ่มใช้เทคโนโลยีการสื่อ สารอันทันสมัยยุคนี้ในการแบ่งปันและประกาศพระกิตติคุณความจริงทั้งสิ้นที่ ทรงเปิดเผยมากขึ้นทุกๆวัน ด้วยพระเมตตาที่ทรงย้ำแก่พวกเราตลอดมาว่าพระองค์เสด็จมาเพื่อช่วย ไม่ใช่เพื่อทำลาย จึงประทานวิธีการให้เฉพาะผู้ที่เชื่ออย่างแท้จริงเท่านั้น

ขอ เริ่มจากให้เราระลึกถึงสภาวะของการที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็น "นักอธิษฐาน, สุดยอดของผู้ที่ถ่อมที่สุด, ซื่อสัตย์ ยำเกรงและเชื่อฟังต่อพระวจนะทุกถ้อยคำ, เป็นแบบอย่างของชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณที่ตระหนักในสิทธิอำนาจของพระเจ้าและไม่ ฝักใฝ่ ไม่แสวงหาชีวิตฝ่ายโลก(ทรงแยกแยะความสว่างและความมืดได้อย่างชัดเจน)"   การที่เราจะใฝ่หาหรือแสวงหาพระคุณความรักในชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณแบบที่พระเยซู คริสต์ทรงเป็นด้วยความตั้งใจหรือความสามารถส่วนตัวของเราเองจึงหมดสิทธิ์ ครับ, จะอ่านพระคัมภีร์ทั้งเล่มให้จบเป็นสิบเป็นร้อยรอบ จะศึกษาจบหลักสูตรสูงสุดเพียงไร จะรับใช้นานเพียงไร แต่ไม่น้อมรับพระปัญญา(การรับรู้พระเจ้าในทุกทาง)ก็คงไม่ทันเวลาครับ  เพราะพระเจ้าจะทรงรับฟังและทรงช่วย "ผู้ที่มาเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยจิตวิญญาณที่ฟกช้ำเท่านั้น" นั่นคือสำนึกผิด ยอมรับสารภาพ เฝ้าวิงวอนทูลขอพระเมตตาจากส่วนลึกของก้นบึ้งหัวใจ และกลับใจใหม่จริงๆ

จะต่อเนื่องถึงความรู้สึกที่บอกว่า "อนิจจัง"  ถ้าเป็นความรู้สึกก่อนที่จะรู้จักและเชื่อในพระเจ้า ถือว่าอนุโลมครับ เพราะเมื่อรู้จักและรับเชื่อพระเจ้าแล้ว เราทุกคนจะรู้สึกว่าชีวิตของเรามีคุณค่าสูงส่ง ทั้งๆที่เราไม่สมควรจะได้รับสิทธิใดๆในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้เลยเพราะความ ผิดบาปความบาปชั่วที่เรากระทำผิดต่อพระเจ้า แต่พระเจ้าทรงรักทรงห่วงใยและให้โอกาสพิเศษแก่พวกเรามากมายจนถึงขั้นสามารถ เป็นลูกหลานของพระองค์ที่จะเชื่อฟังและรับใช้พระองค์ด้วยฤทธานุภาพของ พระองค์ รับใช้เพื่อนมนุษย์ด้วยความรักบริสุทธิ์ของพระเจ้า  เราทุกคนที่เป็นผู้เชื่อผู้ใฝ่หาพระเจ้าจะมีภาระหน้าที่ในการประกาศเรื่อง พระเจ้า, เรื่องความรอด, ชีวิตใหม่ที่จะได้รับการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยังอยู่ในโลกนี้, และชีวิตใหม่(ความรอด)เมื่อวาระสุดท้ายของจักรวาลมาถึง(ภายใน 2011 นี้)

และ เนื่องจากนี่เป็นช่วงกำหนดเวลาของวาระสุดท้าย - การพิพากษาโลก - การเสด็จกลับมาของพระคริสต์ ทุกขั้นตอนใหม่ในการเข้าเฝ้า ติดสนิท เรียนรู้เรื่องฝ่ายจิตวิญญาณและความจริงของพระเจ้า(ทั้งส่วนที่เราต้องศึกษา อย่างจริงจัง และส่วนที่เป็นข้อมูลสำคัญซึ่งพระเจ้าทรงอนุญาตทรงเปิดเผยในช่วงกำหนดวาระ สุดท้ายตามพระสัญญาในพระธรรมวิวรณ์)จริงชัดเจนและเด่นชัดขึ้นมากกว่ายุคคริ สตจักร   เมื่อเราเปิดใจน้อมรับพระเจ้าทุกทางด้วยจิตวิญญาณ การศึกษาเรียนรู้และการทำความเข้าใจ "ความจริง หลักฐานและข้อพิสูจน์ต่างๆ" พระเจ้าจะทรงนำพาและทรงประทานคำตอบที่แท้จริงให้พวกเรามากขึ้นชัดเจนขึ้น ด้วยพระคำของพระองค์ในพระคัมภีร์ที่บ่งบอกชี้ชัดมานานแล้ว แต่ "จะทรงเปิดเผยมากขึ้นเมื่ออยู่ในช่วงกำหนดเวลาวาระสุดท้าย" (การเปิดผนึกดวงตราทั้งเจ็ดของหนังสือม้วนนั้น-ในพระธรรมวิวรณ์)

ผม เชื่อวางใจในพระคัมภีร์และพระเจ้าว่าทุกท่านที่แสวงหาพระองค์ มุ่งหวังจะได้รับความรอด จะได้รับพระเมตตาได้รับโอกาสจากพระเจ้าอย่างเท่าเทียมกัน (เฉพาะผู้ที่ถ่อมตน สำนึกผิด สารภาพและกลับใจใหม่) และสามารถรับรู้ "ความจริง" เรื่องนี้ สามารถเลียนแบบพระเยซูคริสต์มากขึ้นเร็วขึ้น โดยไม่ต้องเชื่อหรือพึ่งพิธีกรรม-การกระทำใดๆทั้งสิ้น เพราะทุกคนจะมีเวลาเหลือเท่ากันหมด

ผมและทีมงานยินดีรับใช้และแบ่งปันความจริง แบ่งปันพระพรทั้งผ่านเว็บ, อีเมล, และโทรศัพท์นะครับ (อย่าเชื่อใคร ขอให้เชื่อฟังพระคัมภีร์ เชื่อฟังพระเจ้าเท่านั้น)

>>>>>>> ดีใจและขอบคุณพระเจ้าครับ หลังจากที่ได้แลกเปลี่ยนและแบ่งปันพระพรกัน เจ้าของคำถามนี้ ก็ตามโตฝ่ายจิตวิญญาณและเข้าถึงความจริงในพระวจนะของพระเจ้ามากขึ้น (มากกว่าผู้รับบัพติสมาและเข้าร่วมสามัคคีธรรมมานานนับสิบปี), อาการป่วยไข้ต่างๆ ก็ได้รับการบำบัดรักษาโดยไม่ต้องประกอบพิธีใดๆ   ขอให้สรรเสริญและขอบพระคุณพระเจ้าตลอดเวลา และอย่าลืมทูลขอการร่วมรับใช้มวลชนด้วยกันนะครับ

(  4 พย. 2009 )

>>>>>>> ขอบคุณพระเจ้าครับ เมื่อวานนี้ น้องรินทร์จะได้รับพระพรโดยตรงจากพระเจ้าในการรับใช้พระองค์ รับใช้มวลชนตามที่พระองค์จะทรงจัดเตรียมและทรงนำ

( 6 พย. 2009 )

Share/Save/Bookmark